fbpx

ฉีดโบท็อก ลดรอยตีนกา ดูเด็ก สดใส เหมือนได้ย้อนเวลา

Home » ฉีดโบท็อก ลดรอยตีนกา ดูเด็ก สดใส เหมือนได้ย้อนเวลา
ยิ่งอายุมากขึ้น ริ้วรอยยอดฮิตที่ต้องมีกันทุกคนก็คือรอยตีนกา

ปรึกษานัดจองคิวคุณหมอฟรี !!!

ฉีดโบท็อก ลดรอยตีนกา

แก้หางตาตก ให้ดูเด็กเหมือนได้ย้อนเวลา

                ยิ่งอายุมากขึ้น ริ้วรอยยอดฮิตที่ต้องมีกันทุกคนก็คือรอยตีนกา ตีนกา เกิดจากการที่กล้ามเนื้อมัดเล็กที่มีอยู่ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหางตา เกิดการหดเกร็งซ้ำๆ เป็นเวลานาน ซึ่งมาจากการแสดงสีหน้าต่างๆ เช่น ยิ้ม หัวเราะ ทำให้เกิดเป็นรอยพับและเป็นรอยย่นที่เห็นได้ชัด ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวบางขึ้นและยืดหยุ่นน้อยลง จึงเกิดเป็นริ้วรอยหางตาหรือตีนกาขึ้น

ฉีดโบท็อกตีนกา ดีไหม ?

การฉีดโบท็อก เป็นวิธีที่จะช่วยลดรอยตีนกาได้ โดยโบท็อกจะมีฤทธิ์ไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว ผิวหนังบริเวณที่ฉีดก็จะตึงขึ้น ไม่เกิดเป็นรอยพับ จึงเห็นว่าตีนกาลดลงหรือหายไป การฉีดโบท็อกใช้เวลาทำเพียง 10-15 นาที ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดมีเพียงรอยเข็มเล็กน้อยซึ่งจะหายได้เองใน 1 – 2 วัน เหมาะกับผู้ที่มีเวลาไม่มาก หลังฉีด 3 – 7 วันจะเริ่มออกฤทธิ์และพบว่าผิวตึงขึ้น เรียบเนียนขึ้น เห็นผลเต็มที่ใน 14 วัน และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 3 – 4 เดือนครับ หลังโบท็อกสลายผิวจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่มีสารตกค้าง สามารถฉีดใหม่ได้โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียง

แต่ทั้งนี้ถ้าต้องการแก้ปัญหาตาตก การฉีดโบท็อกจะช่วยยกกระชับหางตา ยกหางตาได้เล็กน้อยประมาณ 10 – 15% ครับ หากมีตาตกมากหรือต้องการยกหางตาขึ้นเยอะๆ แนะนำการผ่าตัดจะเห็นผลชัดเจนกว่าครับ

ฉีดโบท็อกตีนกา

ออกฤทธิ์อย่างไร? อันตรายไหม?

ด้วยกลไกกระบวนการทำงานของโบท็อก เมื่อฉีดไปยังจุดที่เกิดปัญหาจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเหี่ยวย่นถูกคลี่ออก จึงแก้ปัญหาริ้วรอยและช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะริ้วรอยเล็กๆ อย่างรอยตีนกา รอยย่นหางตา รวมถึงในเคสที่มีปัญหา คิ้วตก หนังตาตกร่วมด้วยครับ การฉีดโบท็อกสามารถฉีดแก้ไขได้พร้อมๆ กัน

สำหรับคนที่อยากแก้ไขปัญหารอยตีนกาและกังวลว่าจะมีอันตรายไหมเพราะใกล้บริเวณดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ การฉีดโบท็อกตีนกาหากฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานแล้วก็ปลอดภัย 100% ครับ มีข้อระวังบ้างอย่างการใช้ปริมาณโบท็อกเพราะหากฉีดมากเกินไปอาจทำให้ตาแข็งและดูไม่เป็นธรรมชาติได้

ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกตีนกา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกหมอ เลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ หมอที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินกล้ามเนื้อที่มีปัญหา รู้ว่าควรฉีดโบท็อกจุดไหน ความลึกเท่าไรและใช้ปริมาณโบท็อกแค่ไหนครับ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาดีและปลอดภัย

ฉีดโบท็อกตีนกา ยี่ห้อไหนดี ?

หลายคนสงสัยว่าจะฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี โดยทั่วไป ระยะเวลาที่คงผลลัพธ์ของโบท็อกตีนกา จะอยู่ได้ประมาณ 3 – 4 เดือนครับ แต่ละยี่ห้อระยะเวลาจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย แต่มีคุณสมบัติการออกฤทธิ์และการกระจายตัวยาแตกต่างกัน ดังนี้

  • โบท็อก Allergan (อเมริกา) ตัวยามีการกระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์ได้อย่างแม่นยำ เห็นผลเร็ว อยู่ได้นานที่สุด มีความบริสุทธิ์สูงที่สุด โอกาสดื้อยาน้อย
  • โบท็อก Botulax (เกาหลี) คุณสมบัติใกล้เคียงกับโบท็อก Allergan แต่อยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อย และมีราคาถูกกว่าเกือบเท่าตัว
  • โบท็อก Nabota (เกาหลี) เป็นโบท็อกเกาหลียี่ห้อเดียวที่ผ่าน อย. อเมริกา (S. FDA) มีจุดเด่นเรื่องการเห็นผลไว แต่อยู่ได้ไม่นาน เพราะมีโมเลกุลเล็ก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร่งด่วน
  • โบท็อก Dysport (อังกฤษ) เด่นในเรื่องของความเป็นธรรมชาติครับริ้วรอยจะไม่ตึงแข็งเกินไป เนื่องจากตัวยามีการกระจายตัวได้ดี
  • โบท็อก Xeomin (เยอรมัน) เหมาะสำหรับเคสที่มีประวัติดื้อโบท็อก โดยจะมีโอกาสได้ผลในเคสดื้อยามากกว่ายี่ห้ออื่นๆ

วิธีไหนบ้าง ที่ช่วยลดรอยตีนกา

มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

นอกจากการฉีดโบท็อกแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยลดริ้วรอยหางตาได้ แต่ก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

  • ฟิลเลอร์หางตา

เป็นการฉีดสารHyaluronic acid เข้าไปบริเวณหางตาและขมับ ทำให้บริเวณหางตาดูเต็มขึ้น รอยพับน้อยลง และเป็นการเพิ่มคอลลาเจนในผิวหนัง จึงเห็นว่ารอยตีนกาลดลง

แต่วิธีการฉีดฟิลเลอร์จะต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เนื่องจากบริเวณหางตาเป็นจุดที่มีเส้นเลือดหลายเส้น และมีขนาดใหญ่ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดเป็นอย่างมาก และพิจารณาฉีดได้ในบางกรณีเท่านั้น

  • Hifu Ultraformer III

Hifu เป็นการใช้คลื่นเสียง อัลตร้าซาวด์ที่พัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์ดูครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้น ริ้วรอยดูลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่กลัวเข็มหรือไม่ต้องการฉีดโบท็อกเพราะรู้สึกว่าตึงเกินไป

  • ผ่าตัดดึงหางตา

การผ่าตัดลดรอยตีนกา เป็นการใช้เทคนิคการดึงใบหน้าส่วนบน ได้แก่ คิ้วและหน้าผากให้ยกกระชับขึ้น รอยตีนกาจะดูลดลงไปด้วย และยังช่วยยกคิ้ว ยกหางตาที่ตก และอยู่ได้นานกว่าการฉีดโบท็อก แต่ทั้งนี้จะมีรอยแผลที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน และราคาสูงมาก

  • เลเซอร์หางตา

การทำเลเซอร์หางตา จะใช้เทคนิค Fractional Laser Resurfacing มีทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผล (Ablative) และไม่ทำให้เกิดแผล (Non-Ablative)

โดยเน้นกระตุ้นให้ผิวมีการผลัดเซลล์ จึงเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ริ้วรอยจึงดูลดลง ผิวเต่งตึงขึ้น ข้อเสียคือต้องมาทำหลายครั้ง ติดต่อกันหลายสัปดาห์ บวมแดงหลังทำเป็นเวลานาน

ข้อควรปฏิบัติก่อนการฉีดโบท็อก

  1. เลือกโบท็อกที่เป็นของแท้
  2. ก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมตัวยาต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป
  3. เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน และทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์
  4. ไม่ควรฉีดเกิน 300 ยูนิต ต่อครั้ง
  5. ระหว่างฉีดควรประคบเย็น เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบ ๆ

 ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดโบท็อก

  1. หลังฉีดควรรีบขยับหรือเกรงกล้ามเนื้อใบหน้าทันที 1-2 ครั้ง
  2. งดนอนราบ 3 ชั่วโมง
  3. หลีกเลี่ยงทุกกิจกรรมที่มีความร้อน หรือสาเหตุของการทำให้หน้าแดง
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  5. งดการทำทรีตเม้นท์หน้า เป็นเวลา 2 สัปดาห์

ฉีดโบท็อกหน้าผาก กี่วันเห็นผล?

โดยปกติการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ผิวจะเริ่มตึงขึ้นใน 3-4 วัน หลังฉีดใช้เวลา 7-14 วัน จะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงเต็มที่และระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังการฉีดเพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นาน เมื่อโบท็อกหน้าผากหมดฤทธิ์แล้วสามารถฉีดเพิ่มเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ต่อไปได้ หลังฉีดโบท็อกทันทีควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง และควรบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมดที่ฉีดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุดไม่กระจายไปบริเวณอื่น

ทั้งนี้ก่อนการตัดสินใจเข้ารับการฉีด BOTOX ทุกครั้ง Juvenile แนะนำว่าควรเลือกคลินิกและทีมแพทย์ที่มีมาตราฐานเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพราะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคนิคการฉีดที่มีความแม่นยำสูง

ทักมาเลย !! โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น